
10 พิกัดสุดโรแมนติกในฝรั่งเศส | เที่ยวเมืองสวย บรรยากาศเหมือนฝัน
10 พิกัดสุดโรแมนติกในฝรั่งเศส ที่ควรไปสัมผัสสักครั้ง
เมื่อพูดถึงประเทศที่มีบรรยากาศโรแมนติกที่สุดในโลก “ฝรั่งเศส” มักเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง ด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ถนนหินริมแม่น้ำ หมู่บ้านสีพาสเทล ทุ่งดอกไม้ และวิวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ความโรแมนติกของฝรั่งเศสไม่ได้มีเพียงกรุงปารีส แต่ยังซ่อนอยู่ตามเมืองเล็ก ปราสาท และชนบททั่วประเทศ ต่อไปนี้คือ 10 สถานที่ที่เหมาะสำหรับคู่รัก ครอบครัว หรือคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศงดงามชวนฝันสักครั้ง
1. หอไอเฟลและแม่น้ำแซน กรุงปารีส
เริ่มต้นกันที่ภาพจำของฝรั่งเศสอย่าง “หอไอเฟล” แลนด์มาร์กที่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ยังมีเสน่ห์ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงสีทองค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแสงไฟยามค่ำคืน
กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดคือการเดินเล่นริมแม่น้ำแซน หามุมถ่ายภาพจากจัตุรัสโทรกาเดโร หรือชมกรุงปารีสจากเรือล่องแม่น้ำ ระหว่างทางจะได้เห็นสะพานเก่า อาคารประวัติศาสตร์ และสถานที่สำคัญหลายแห่งในมุมที่แตกต่างออกไป
ช่วงแนะนำ: ก่อนพระอาทิตย์ตกจนถึงช่วงเปิดไฟกลางคืน
2. ย่านมงมาร์ต ปารีส
มงมาร์ตเป็นย่านศิลปะบนเนินเขาที่เต็มไปด้วยถนนสายเล็ก อาคารสไตล์ปารีเซียง ร้านกาแฟ และจิตรกรที่มานั่งวาดภาพบริเวณ Place du Tertre ด้านบนเป็นที่ตั้งของมหาวิหารซาเครเกอร์ ซึ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงปารีสได้กว้างไกล
บรรยากาศของมงมาร์ตมีทั้งความคลาสสิก เป็นกันเอง และมีชีวิตชีวา เหมาะสำหรับเดินเล่นช้า ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเร่งรีบตามตารางมากนัก
มุมเด่น: ถนน Rue de l’Abreuvoir และบริเวณหน้ามหาวิหารซาเครเกอร์
3. เมืองอานซี
อานซีได้รับการขนานนามว่าเป็น “เวนิสแห่งเทือกเขาแอลป์” เพราะมีลำคลองไหลผ่านเขตเมืองเก่า รายล้อมด้วยบ้านเรือนสีพาสเทล สะพานเล็ก และกระถางดอกไม้หลากสี
นอกจากการเดินชมเมืองแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถพักผ่อนริมทะเลสาบอานซี ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องน้ำสีฟ้าใสและวิวภูเขาที่สวยสงบ เป็นเมืองที่มีบรรยากาศน่ารักโดยไม่ต้องปรุงแต่งมาก เหมาะกับการพักค้างคืนมากกว่าการแวะมาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
กิจกรรมแนะนำ: เดินเล่นในเมืองเก่า ปั่นจักรยานริมทะเลสาบ และล่องเรือชมวิว
4. กอลมาร์ แคว้นอาลซัส
บ้านไม้หลากสี คลองสายเล็ก และถนนปูหินทำให้กอลมาร์ดูคล้ายเมืองในนิทาน จุดที่มีชื่อเสียงที่สุดคือย่าน “Little Venice” ซึ่งสามารถนั่งเรือท้องแบนชมอาคารเก่าและบ้านเรือนริมคลองได้
เมืองนี้สวยเป็นพิเศษในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้เริ่มบาน และช่วงปลายปีเมื่อเมืองประดับไฟต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส การเดินชมเมืองในตอนเช้าหรือหลังพระอาทิตย์ตกจะได้บรรยากาศสงบกว่าช่วงกลางวัน Explore France ระบุว่ากอลมาร์มีเสน่ห์โดดเด่นจากบ้านไม้ประดับดอกไม้ คลอง และสะพานภายในเมือง
มุมถ่ายภาพแนะนำ: Quai de la Poissonnerie และสะพานในย่าน Little Venice
5. ลา เปอติต ฟรองซ์ เมืองสตราสบูร์ก
La Petite France เป็นย่านประวัติศาสตร์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองสตราสบูร์ก เต็มไปด้วยบ้านไม้แบบอาลซัสตั้งเรียงรายอยู่ริมคลอง พร้อมตรอกเก่า สะพาน และแปลงดอกไม้ตามฤดูกาล ช่วงเย็นเป็นเวลาที่เหมาะกับการเดินเล่น เพราะแสงสะท้อนบนผิวน้ำช่วยให้บรรยากาศของเมืองดูอบอุ่นยิ่งขึ้น
ส่วนในฤดูหนาว สตราสบูร์กจะเปลี่ยนเป็นเมืองแห่งแสงไฟและตลาดคริสต์มาสที่มีชื่อเสียง ข้อมูลท่องเที่ยวฝรั่งเศสแนะนำทั้งการเดินชม La Petite France และการล่องเรือตามลำน้ำ Ill เพื่อชมเมือง
เหมาะสำหรับ: คนที่ชอบเมืองเก่า สถาปัตยกรรมยุโรป และบรรยากาศริมคลอง
6. ปราสาทเชอนงโซ ลุ่มแม่น้ำลัวร์
Château de Chenonceau เป็นปราสาทที่มีเอกลักษณ์จากตัวอาคารซึ่งทอดข้ามแม่น้ำแชร์ เมื่อมองจากสวนจะเห็นเงาปราสาทสะท้อนอยู่บนผิวน้ำอย่างสวยงาม ภายในมีห้องตกแต่งแบบคลาสสิก งานศิลปะ และเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับสตรีคนสำคัญในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส
รอบปราสาทยังมีสวนที่จัดไว้อย่างประณีต เหมาะสำหรับการเดินชมและถ่ายภาพในช่วงที่ดอกไม้กำลังบาน
ช่วงที่สวย: ฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง
7. มงแซงต์มิเชล แคว้นนอร์ม็องดี
มงแซงต์มิเชลเป็นเกาะหินกลางอ่าวที่มีมหาวิหารตั้งเด่นอยู่บนยอด มองจากระยะไกลคล้ายปราสาทลอยอยู่เหนือผืนน้ำ เมื่อระดับน้ำขึ้นสูง พื้นที่รอบเกาะจะถูกน้ำทะเลโอบล้อมจนเกิดเป็นภาพที่น่าประทับใจ
ภายในเกาะประกอบด้วยถนนแคบ ร้านค้า อาคารเก่า และบันไดที่ทอดขึ้นไปสู่มหาวิหาร จุดชมวิวด้านบนสามารถมองเห็นอ่าวได้กว้างไกล โดยมงแซงต์มิเชลได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกตั้งแต่ปี 1979 Explore France
ข้อแนะนำ: ตรวจสอบเวลาน้ำขึ้นน้ำลงก่อนเดินทาง เพื่อเลือกช่วงที่ได้บรรยากาศตามต้องการ
8. ทุ่งลาเวนเดอร์ แคว้นโพรวองซ์
ช่วงฤดูร้อน พื้นที่ชนบทของโพรวองซ์จะเต็มไปด้วยทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงที่ทอดยาวไปตามเนินเขา สลับกับบ้านหิน หมู่บ้านเก่า และแนวภูเขาในระยะไกล
บริเวณที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Valensole, Sault และรอบโบสถ์ Sénanque Abbey แต่ช่วงดอกบานของแต่ละพื้นที่อาจต่างกันตามสภาพอากาศ จึงควรตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางทุกครั้ง
ช่วงโดยประมาณ: ปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนสิงหาคม
เวลาถ่ายภาพสวย: ตอนเช้าหรือช่วงใกล้พระอาทิตย์ตก
9. เมืองเอซและเฟรนช์ริเวียรา
Èze เป็นหมู่บ้านยุคกลางที่ตั้งอยู่บนเนินสูงเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ภายในหมู่บ้านมีตรอกหินแคบ บ้านโบราณ ร้านศิลปะ และสวนพฤกษศาสตร์ที่มองเห็นชายฝั่งสีฟ้าได้
จากเอซสามารถเดินทางต่อไปยังเมืองนีซ ชมถนนเลียบทะเล Promenade des Anglais หรือสำรวจหมู่บ้านเล็กอื่น ๆ บนชายฝั่งโกตดาซูร์ได้ Explore France แนะนำเอซและ Saint-Paul-de-Vence เป็นจุดหมายเด่นใกล้นีซ
เหมาะสำหรับ: ทริปที่ต้องการทั้งเมืองเก่า วิวทะเล และบรรยากาศพักผ่อน
10. สวนของโคลด โมเนต์ เมืองจิแวร์นี
จิแวร์นีเป็นเมืองเล็กในแคว้นนอร์ม็องดีที่มีชื่อเสียงจากบ้านและสวนของโคลด โมเนต์ จิตรกรคนสำคัญของศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ บริเวณสวนประกอบด้วยทางเดินที่รายล้อมด้วยดอกไม้ตามฤดูกาล บ่อน้ำ สะพานญี่ปุ่น และดอกบัว ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผลงานหลายชิ้นของโมเนต์
ที่นี่จึงไม่ได้มีดีแค่ความสวย แต่ยังทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นสถานที่จริงที่อยู่เบื้องหลังภาพวาดระดับโลก
ช่วงที่แนะนำ: ฤดูใบไม้ผลิถึงต้นฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดจะผลัดกันบาน
ฝรั่งเศสไม่ได้โรแมนติกเพียงแค่ปารีส เสน่ห์ของฝรั่งเศสมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่แสงไฟริมแม่น้ำแซน บ้านสีพาสเทลในกอลมาร์ ปราสาทกลางสายน้ำ ไปจนถึงทุ่งลาเวนเดอร์และหมู่บ้านริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
หากมีเวลาไม่มาก ปารีสและเมืองรอบกรุงเป็นตัวเลือกที่เดินทางสะดวก แต่หากต้องการเห็นฝรั่งเศสในมุมที่สงบและแตกต่าง ลองเพิ่มอานซี อาลซัส ลุ่มแม่น้ำลัวร์ หรือโพรวองซ์ลงในแผนการเดินทาง ทริปจะมีทั้งความหลากหลายและความประทับใจมากกว่าการเที่ยวเฉพาะเมืองใหญ่
สอบถามทัวร์ฝรั่งเศสกับ DD-TOUR
สอบถาม โปรแกรมทัวร์ฝรั่งเศส ได้ทาง Line: @ddtour