เวลาทำการ
ทุกวัน 08.00–20.00 น.
เราช่วยคุณได้
@ddtour

Travel License : 11/07359

ข่าวสารและบทความ

ถูกขโมยสัมภาระตอนเที่ยวต่างประเทศทำไงดี
เพราะชีวิตไม่แน่นอน หากเรามีโอกาสเดินทางเที่ยวต่างประเทศ แต่ดันเจอเรื่องราวที่ไม่คาดฝันอย่างเช่น ถูกปล้นทรัพย์! ที่ทำให้ ...

เพราะชีวิตไม่แน่นอน หากเรามีโอกาสเดินทางเที่ยวต่างประเทศ แต่ดันเจอเรื่องราวที่ไม่คาดฝันอย่างเช่น ถูกปล้นทรัพย์! ที่ทำให้ทริปของเราหมดสนุกได้ แน่นอนว่า หากเราซื้อประกันการเดินทางไปด้วย ก็จะได้รับความคุ้มครองสัมภาระในกรณีโดนโจรกรรม ปล้น ชิงทรัพย์แบบซึ่งหน้า โดยประกันดังกล่าวจะรับประกันกระเป๋าเดินทางและทรัพย์สิน เช่น เห็นว่าโจรเอาไปแบบชัดเจน มีร่องรอยการกรีด หรืองัดแงะ และมีการใช้ความรุนแรงร่วมด้วย ถ้าเกิดเหตุแบบนี้จะต้องทำอย่างไร? เริ่มจากรีบแจ้งความภายใน 24 ชั่วโมง แล้วขอใบบันทึกประจำวันมาเคลมประกันเดินทาง ซึ่งมีขั้นตอนการรับมือเมื่อถูกปล้นในต่างแดนดังนี้

 

 

 

ถูกชิงทรัพย์หรือโจรกรรมสัมภาระในต่างประเทศขึ้นมาทำยังไงดีนะ?

 

 

 

1. หากโดนขโมยแบบไม่รู้ตัว ให้พยายามนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

 
ree
 
 
 

เมื่อรู้ว่าของหาย หรือกระเป๋าเงินของเราได้ล่องหนไปแล้ว พบแต่เพียงร่องรอย แนะนำว่าใจเย็นๆ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกและกระวนกระวาย ต้องเรียกสติกลับมาก่อน! บางครั้งกระเป๋าอาจจะตกอยู่ข้างตัวคุณ หรือถ้ากระเป๋าหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว แนะนำให้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากคุณซื้อประกันการเดินทางไว้ กรมธรรม์จะช่วยจ่ายชดเชยให้ประกันกระเป่าเดินทางและทรัพย์สินตามจริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินและจำนวนชิ้นที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ *อย่างไรก็ดี ประกันการเดินทางจะไม่รับประกันความเสียหายจากความประมาทของเราเอง เช่น ลืมทิ้งไว้ในที่สาธารณะ หรือในยานพาหนะ

 

 

 

2. แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่

 
ree
 

หากคุณได้ลองนึกถึงสถานการณ์ต่างๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่ยังหากระเป๋าเงินหรือสัมภาระไม่เจอจริงๆ ก็ควรแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อรับหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ไปแจ้งกับฝ่ายประกันของคุณและดำเนินการต่อไป การแจ้งเจ้าหน้าที่อาจมีการใช้เวลาสักเล็กน้อย และแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

 
 
 

3. รีบอายัดบัตรเครดิตทันที

 
ree
 

เมื่อทำการสอบถามและแจ้งความกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ให้รีบทำการอายัดบัตรเครดิตทันที เพื่อป้องกันการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตจากคนที่ถือบัตรเครดิตของคุณเอง สามารถทำการอายัดบัตรเครดิตของคุณได้ไม่ว่าจะอยู่ไหนทั่วโลก

 
 
 

4. กระเป๋าเงินหายสามารถแจ้งสถานทูตไทย

 
ree
 

หากหมดหนทางจริงๆ และถูกปล้นจนหมดตัว คุณรู้หรือไม่? ว่าสามารถยืมเงินจากสถานทูตประเทศของคุณได้ เช่นเราเป็นคนไทยก็สามารถยืมเงินจากสถานทูตไทยได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมทำเรื่องกรอกข้อมูลไว้ด้วยนะ ทั้งนี้คุณจะต้องนำหลักฐานต่างๆ ไปยื่นเช่น พาสปอร์ต, บัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นที่จำเป็น หากต้องการยืมเงินกับทางสถานทูต แนะนำว่ายืมเงินตามจำนวนเงินที่จำเป็นจริงๆ จะดีที่สุด

 
 
 
 
 

เป็นอย่างไรบ้าง วิธีการรับมือเมื่อถูกโจรกรรมหรือถูกปล้นตอนเที่ยวต่างประเทศ หวังว่าเคล็ดไม่ลับเล็กๆ น้อยๆ นี้จะช่วยให้เพื่อนๆ เอาตัวรอดจากสถานการณ์ไม่คาดฝันได้

นี่คือเปลวไฟที่ลุกไหม้ไม่เคยหยุด ติดต่อนาน 4,000 ปี แม้จะมีฝนหรือหิมะตกก็ตาม
Azerbaijan (อาเซอร์ไบจาน) “ดินแดนแห่งไฟ” ที่นี่มีไฟลุกไหม้ติดต่อกันตลอดเวลา นานกว่า 4,000 ปีแล้ว และถึงแม้จะมีฝน หรือแม ...

Azerbaijan (อาเซอร์ไบจาน) “ดินแดนแห่งไฟ” ที่นี่มีไฟลุกไหม้ติดต่อกันตลอดเวลา นานกว่า 4,000 ปีแล้ว  และถึงแม้จะมีฝน หรือแม้กระทั่งหิมะตก ก็ไม่มาสารถหยุดยั้งไฟอมตะนี้ได้

 
ree
 
 
 

โดยจุดที่มีไฟลุกไหม้นี้เรียกว่า “Yanar Dag” มันได้รับการขนานนามว่าเป็น “ภูเขาแห่งเปลวไฟ” (The Burning Mountain) เกิดขึ้นที่จังหวัดอับเชรอน ประเทศอาร์เซอร์ไบจาน เปลวไฟสูง ๆ นี้ ลุกโชนไปทั่วเนินเขาที่ทอดตัวยาว 10 เมตร ทำให้ทั้งวันของที่นี่ มีอากาศอันร้อนระอุราวกับอยู่ท่ามกลางภูเข

 

ถึงแม้สถานที่แห่งนี้จะน่ากลัวและดูอันตราย แต่มันก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่รักการผจญภัยได้เป็นอย่างดี ในครั้งหนึ่ง Marco Polo นักสำรวจที่เดินทางมายังที่นี่ ในศตวรรษที่ 13 ได้เขียนบันทึกถึงปรากฏการณ์ลึกลับนี้ และได้นำข่าวของเปลวไฟพิศวง ไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นฟังในขณะที่เขาเดินทางไปยังที่อื่น ๆ จึงเป็นเหตุให้ที่นี่ถูกรู้จักในชื่อว่า “ดินแดนแห่งไฟ” นั่นเอง

 
ree
 

อาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่ในแถบทะเลแคสเปียน เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาล และในบางครั้งก๊าซก็เกิดการรั่วไหล จึงทำให้เกิดเพลิงไหม้จนเป็นเรื่องปกติ ถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในระแวกนั้นคุ้นชิน

 

นอกจากนี้ชื่อประเทศ “Azerbaijan” ยังแปลว่า “ดินแดนแห่งไฟศักดิ์สิทธิ์” ซึ่งในสมัยโบราณ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ทุกคนจะนับถือศาสนา Zoroaster (โซโรอัสเตอร์) ซึ่งจะใช้ไฟในการบูชาเทพพระเจ้า ชาวอาร์เซอรไบจานจึงเรียกแทนตัวเองว่า “อาร์เซอริ” ซึ่งแปลว่า “ชาวไฟ”

 
 
 
ree
4 เหตุผลที่ควรไปล่าแสงเหนือที่รัสเซีย
หากจะพูดถึงการล่าแสงเหนือ หรือ แสงออโรร่า หลายคนคงจะนึกถึงแสงเหนือที่ประเทศตามแถบขั้วโลก เช่น ไอซ์แลนด์, สวีเดน, ฟินแลนด ...

หากจะพูดถึงการล่าแสงเหนือ หรือ แสงออโรร่า หลายคนคงจะนึกถึงแสงเหนือที่ประเทศตามแถบขั้วโลก เช่น ไอซ์แลนด์, สวีเดน, ฟินแลนด์, เดนมาร์ก และนิวซีแลนด์ ที่มีชื่อเสียงเรื่องแสงออโรร่า และคงเป็นทริปในฝันที่อยากจะไปเห็นแสงเหนือกับตาสักครั้ง แต่การจะไปล่าแสงเหนือในพิกัดประเทศเหล่านั้น อาจจะต้องเก็บเงินกันจนท้อเพราะต้องใช้งบการเที่ยวและค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ถ้าใครอยากไปชมแสงเหนือในเส้นทางที่ใช้งบไม่สูงมาก และยังไปง่ายเพราะไม่ต้องขอวีซ่า ดรีม เดสติเนชั่นส์ ทัวร์ แนะนำให้ไปเที่ยวกันที่รัสเซีย มาดู 4 เหตุผลดีๆ ที่อ่านแล้วจะทำให้คุณอยากจองตั๋วไปรัสเซียมาฝาก

 
 
 

1. เที่ยวรัสเซียไม่ต้องขอวีซ่า

 
ree
 

ด้วยข้อดีคือ เที่ยวรัสเซีย ไม่ต้องขอวีซ่า นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถอยู่เที่ยวได้นานถึง 30 วัน ทำให้ทริปชม แสงเหนือ รัสเซีย ของเราประหยัดงบลงได้ เพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียค่าทำวีซ่านั่นเอง

 

 

 

2. เที่ยวตามความฝัน ล่าแสงเหนือในเมืองแสนสงบ

 
ree
 

สำหรับใครที่อยากไปชมแสงเหนือ แนะนำว่ามีโอกาสเห็นได้ในฤดูหนาวที่มีกลางคืนยาว ฤดูหนาวของรัสเซียอยู่ในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งมีอากาศหนาวเหน็บติดลบสูงสุดอยู่ที่ -20 องศาเซลเซียสและช่วงพีคสุดของ แสงเหนือรัสเซีย แนะนำเดินทางช่วงกุมภาพันธ์กับพิกัด เมืองเมอร์มังส์ก หรือ มูรมานสก์ (Murmansk) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือรัสเซีย เป็นเมืองที่เงียบสงบเหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นส่วนตัว ปลีกวิเวกกับธรรมชาติ เชื่อเถอะว่า สวยงามจนไม่อยากละสายตาเลยล่ะ

 
 
 

3. เที่ยวรัสเซียค่าใช้จ่ายไม่แพง

 
ree
 

การเที่ยวรัสเซียยังมีค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก เตรียมงบหลักหมื่นก็บินไปเยี่ยมชมเมืองหมีขาวได้ เตรียมไว้ประมาณ 26,000-30,000 บาทไทยก็พอใช้ อาหารการกินราคาโอเค ถ้าไม่ได้เน้นกินหรูอะไรมากมาย แต่เน้นชมธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ พร้อมกับเที่ยวความเป็นเมืองโซเวียตประเทศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกครอบคลุมทวีปยูเรเซีย และยิ่งถ้าไปเที่ยวกับทัวร์ ค่าใช้จ่ายก็จะถูกลงและควบคุมงบได้ง่ายขึ้นไปอีก เอาเป็นว่า เชื่อเราเถอะว่า การเที่ยวรัสเซียไม่แพงและไม่น่ากลัวจริงๆ นะ

 
 
 

4. มีสถานที่สวยงามให้เที่ยวอีกเพียบ

 
 
 
ree
 
 
 

เพราะรัสเซียมีพิกัดสถานที่ท่องเที่ยวหลายแบบหลายสไตล์ เช่น โดมทรงหัวหอม ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์จักรนิกายรัสเซียออร์โธดอกซ์หลังคามีสีสันสดใสสวยงามโลเคชั่นน่าไปสุดต้องยกให้ มหาวิหารเซนต์เบซิล กรุงมอสโก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความงามของรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีความดีงามในสถานีรถไฟใต้ดินที่สวยงามประณีตยิ่งใหญ่สมกับความเป็นรัสเซีย ตามด้วยการเดินเที่ยวเก๋ๆ ณ จัตุรัสแดง ที่อยู่ใกล้กับห้างเก่าแก่ GUM แหล่งรวมสินค้าน่าช้อป และอย่าลืมแวะ มหาวิหารเซ็นต์ เดอ ซาร์เวีย ริมแม่น้ำมอสโก โบสถ์ออร์โธดอกซ์ดอกที่ยิ่งใหญ่อลังการเกินคำบรรยาย เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 4 เหตุผลที่ควรไปล่าแสงเหนือในรัฐเซีย แต่ถ้าหากใครมีงบแบบจัดเต็มอยากไปล่าแสงเหนือแถบยุโรปอย่างประเทศ ไอซ์แลนด์ เราก็มี คู่มือเที่ยวไอซ์แลนด์ด้วยตัวเองฉบับรวบรัด มาฝากตามไปเก็บข้อมูลกันได้เลย!!

First Time Flying : ขึ้นเครื่องบินครั้งแรกทำไงดี เตรียมอะไรบ้าง
อะไรที่เพิ่งทำเป็นครั้งแรกมักจะทำให้รู้สึกตื่นเต้นและแอบกลัวอยู่นิดๆ เสมอ สำหรับมือใหม่หัดเที่ยว การขึ้นเครื่องบินครั้งแ ...

อะไรที่เพิ่งทำเป็นครั้งแรกมักจะทำให้รู้สึกตื่นเต้นและแอบกลัวอยู่นิดๆ เสมอ สำหรับมือใหม่หัดเที่ยว การขึ้นเครื่องบินครั้งแรกอาจไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คิดก็ได้นะ หากใครยังไม่ค่อยมั่นใจว่าควรจะต้องเตรียมตัวยังไงดี หรือเตรียมเอกสารอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่องไปจนถึงเครื่องลงเลยทีเดียว

 

Baggage

 
ree
 

เริ่มตั้งแต่เรื่องของกระเป๋าเดินทางกันเลย สิ่งของที่สามารถใส่ไว้ในกระเป๋าเดินทางแบบโหลดใต้เครื่องและแบบถือขึ้นเครื่องนั่นก็จะมีของต้องห้ามแตกต่างกันไป อีกทั้งเรื่องของขนาดและน้ำหนักกระเป๋าแต่ละสายการบินก็มีกฏไม่เหมือนกันอีก ก่อนจัดกระเป๋าจึงควรตรวจเช็ครายละเอียดให้แน่ใจจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เข้าไปอ่านรายละเอียดได้ที่นี่เลยเรื่อง น้ำหนักและขนาดของกระเป๋าเดินทางสำหรับขึ้นเครื่อง

 

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่หลายๆ คนมักลืมกันคือปากกา ควรมีติดตัวไว้สักหนึ่งแท่งโดยเฉพาะคนที่เดินทางไปต่างประเทศเพราะจะต้องใช้กรอกเอกสารข้อมูลต่างๆ ก่อนเข้าประเทศ ไม่แนะนำให้หยิบยืมจากคนที่ไม่รู้จัก

 
 
 

Check-in

 
ree
 

เมื่อไปถึงสนามบินสามารถตรวจหาเคาน์เตอร์สายการบินที่เปิดให้บริการสำหรับเที่ยวบินของเรา โดยดูที่บอร์ดตารางเที่ยวบินขาออกได้ สำหรับเรื่องของการเช็คอินปัจจุบันมีวิธีให้เลือกหลายวิธีด้วยกัน เช่น

 

เช็คอินทางเว็บไซต์หรือมือถือ

 

- สำหรับคนที่ไม่อยากยืนรอต่อแถวเช็คอินนานๆ เป็นการเช็คอินออนไลน์ผ่านเว็บไซต์หรือแอปมือถือของสายการบิน

 

- ส่วนใหญ่จะเปิดให้เช็คอินก่อนออกเดินทาง 24 ชั่วโมง (บางสายการบินก็จะเปิดให้เช็คอินก่อนหน้า

 

หลายวัน)

 

- จะปิดก่อนเวลาเดินทาง 1 - 2 ชั่วโมง

 

- ปริ้น Boarding Pass จากเว็บไซต์ เมื่อไปถึงสนามบินก็ไปที่เคาน์เตอร์โหลดกระเป๋าได้เลย (บางสายการบินก็ไปรับ Boarding Pass ที่เคาน์เตอร์ตอนโหลดกระเป๋า) เช็คอินผ่านตู้คีออส

 

- บางสายการบิน ในสนามบินใหญ่ๆ จะมีตู้เช็คอินแบบบริการตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการเช็คอินผ่านตู้ประมาณ 24 ชั่วโมงจนถึง 1 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง

 

- โดยต้องสแกนพาสปอร์ตหรือตั๋วเครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์ และทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ

 

- เมื่อเสร็จเรียบร้อยเครื่องจะพิมพ์ Boarding Pass ออกมา หากมีกระเป๋าที่ต้องโหลดใต้เครื่องก็นำไปที่เคาน์เตอร์โหลดกระเป๋าได้เลย เคาน์เตอร์เช็คอิน

 

- อาจจะเป็นวิธีที่ง่ายและดีที่สุดสำหรับคนที่บินเป็นครั้งแรก แม้จะต้องใช้เวลานานที่สุดก็ตาม เพราะเพียงแค่ยื่นพาสปอร์ต (ถ้าบินในประเทศใช้บัตรประชาชน) หรือตั๋วเครื่องบินอิเล็กทรอนิกส์ให้เจ้าหน้าที่เท่านั้น

 

- หลายๆ สายการบินเจ้าหน้าที่จะช่วยอธิบายการดู Boarding Pass ให้ด้วยว่าต้องไปรอที่ประตูขึ้นเครื่องหมายเลขอะไร เวลาเท่าไร

 

- ใครที่เดินทางเป็นครอบครัวหรือไปด้วยกันกับเพื่อนให้เข้าไปเช็คอินพร้อมกันได้เลย เพราะส่วนใหญ่แล้วถ้ามีที่นั่งว่างเจ้าหน้าที่สายการบินก็จะจัดที่นั่งให้นั่งใกล้ๆ กัน (สำหรับคนที่ไม่ได้จองที่นั่งล่วงหน้า) แต่ถ้าไม่มีที่นั่งว่างใกล้กันก็จะต้องนั่งแยกกันไป

 

- หากต้องการเช็คอินที่เคาน์เตอร์ข้อสำคัญคือ ควรมาก่อนเวลาเครื่องออกอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง ส่วนใหญ่แล้วเคาน์เตอร์จะเปิดให้บริการก่อนเวลาเครื่องออก 3 ชั่วโมงและจะปิดไม่ให้เช็คอิน 45 นาที - 1 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง ถ้าไม่ทันและเคาน์เตอร์ปิดก่อน ต่อให้ยังไม่ถึงเวลาที่เครื่องก็ตาม ก็ถือว่าตกเครื่องแล้ว

 
 
 

Departure

 
ree
 

สำหรับบินไปต่างประเทศ เมื่อเช็คอินและโหลดกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว หากต้องการซื้อสินค้าปลอดภาษีใน Duty free ให้เตรียม Boarding Pass และพาสปอร์ตไว้ เพื่อผ่านจุดตรวจ 3 จุดด้วยกันคือ

 

- จุดตรวจบัตรโดยสาร

 

- ต่อไปยังจุดตรวจค้น ใครที่พกของเหลวเกินขนาดหรือพกของต้องห้าม จะโดนทิ้งของตรงจุดนี้

 

- สุดท้ายไปยังจุดตรวจหนังสือเดินทาง จะมีทั้งตรวจที่เคาน์เตอร์และเครื่องตรวจอัตโนมัติ ซึ่งตรวจผ่านเครื่องตรวจอัตโนมัติแถวจะสั้นและเร็วกว่า แต่หากใครที่พาสปอร์ตไม่ได้แจ้งวันเกิดไว้ (เช่น ผู้สูงอายุบางท่าน) ต้องตรวจผ่านเคาน์เตอร์เท่านั้น

 

จะเดินเล่น กินข้าว หรือช้อปปิ้งก็อย่าลืมดูเวลาด้วยล่ะ ควรไปรอที่ประตูขึ้นเครื่องอย่างน้อยก่อนเวลาออกเดินทาง 30 – 40 นาที หรือดูเวลาได้ใน Boarding Pass ตรงส่วนของ Boarding Time พนักงานของสายการบินจะประกาศแจ้งที่หน้าประตูขึ้นเครื่องเมื่อถึงเวลาพร้อมให้ขึ้นเครื่องแล้ว และประตูขึ้นเครื่องจะปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 10 นาที ดังนั้นถ้าเดินเล่นเพลินแล้วมาถึงประตูขึ้นเครื่องก่อนเวลาเครื่องออก 8 นาทีก็ขึ้นเครื่องไม่ทันแล้วนะ

 
 
 

Take off

 
ree
 

- ขึ้นเครื่องได้แล้วก็ตรงไปที่นั่งตามหมายเลขที่นั้งได้เลย กระเป๋าถือ carry-on ให้ใส่ไว้ที่ช่องเก็บของบนศีรษะ

 

- ส่วนกระเป๋าถือใบเล็กสามารถวางใต้เบาะที่นั่งได้ เผื่อต้องหยิบของใช้จำเป็น เช่น ยา

 

- เมื่อนั่งที่แล้วแนะนำให้รัดเข็มขัดทันทีเมื่อ

 

- เครื่องบินทำการ Take off แล้ว ให้สังเกตได้จากสัญญาณไฟรูปเข็มขัดบนศีรษะ เมื่อสัญญาณไฟดับแล้วสามารถปลดเข็มขัดลุกไปเข้าห้องน้ำได้

 

- ขณะอยู่บนเครื่องบินควรเปลี่ยนโทรศัพท์ให้เป็น Flight mode แต่บางสายการบินอาจจะประกาศขอความร่วมมือปิดโทรศัพท์มือถือตลอดเที่ยวบิน

 

 

 

Transfer

 
ree
 

ถ้าต้องแวะเปลี่ยนเครื่อง เมื่อเครื่องลงแล้วให้เดินตามป้าย Tranfer counter หรือ Tranfer Desk จากนั้นหาตารางเที่ยวบินเพื่อดูว่าเที่ยวบินที่เราต้องต่อเครื่องนั้นอยู่ด้านไหนของสนามบิน จากนั้นต้องผ่านจุดตรวจค้นเพื่อไปรอยังบริเวณที่พักผู้โดยสารได้

 

สนามบินใหญ่ๆ เช่น สนามบินอินชอน, สนามบินชางงี, สนามบินนาริตะ จะมีจุดให้นั่งหรือนอนพักผ่อนขณะรอเปลี่ยนเครื่องได้ ดูที่นอนในสนามบินได้ที่นี่เลย นอนสนามบิน 5 แห่งในเอเชีย สำหรับสายเที่ยวแบบประหยัด

 

ถ้าต้องรอนานๆ หลายชั่วโมงบางสนามบินมีบริการ Transit tour พาเที่ยวชมเมืองอีกด้วย ดูรายละเอียดได้ที่นี่เลย 7 สนามบิน ที่มี Transit Tour พาออกไปเที่ยวฟรี แต่ถ้ามีเวลาเปลี่ยนเครื่องเพียงแค่ 1 – 2 ชั่วโมงแนะนำว่าเมื่อลงเครื่องแล้วให้รีบไปยังประตูขึ้นเครื่องของเที่ยวบินถัดไปอย่างเร็วที่สุด เพราะถ้าไม่รีบอาจมีโอกาสตกเครื่องได้

 

เรื่องของกระเป๋าเดินทางที่เราโหลดใต้เครื่องกับการเปลี่ยนเครื่องบินนั้น ให้สอบถามตั้งแต่ตอนโหลดกระเป๋าที่สนามบินต้นทางเลยว่าเราจะต้องไปรับกระเป๋าเดินทางที่ไหน ส่วนใหญ่ถ้าเปลี่ยนเครื่องในสายการบินเดียวกันก็สามารถไปรับกระเป๋าที่เมืองจุดหมายปลายทางได้เลย แต่บางครั้งการเปลี่ยนเที่ยวบินที่ต่างสายการบินกันอาจจะต้องรับกระเป๋าออกมาแล้วโหลดไปใหม่อีกครั้ง

 

Arrival

 
ree
 

- หากเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศขณะอยู่บนเครื่องบินแอร์โฮสเตสจะนำใบ Arrival Card และ Customs Declaration Form มาให้กรอกรายละเอียด เพื่อใช้สำหรับยื่นให้เจ้าที่ตรวจคนเข้าเมืองพร้อมกับพาสปอร์ต - เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ให้หาจอที่บอกรายละเอียดเที่ยวบินที่เรานั่งมาว่าให้รับกระเป๋าที่สายพานไหน

 

- ส่วนใหญ่แล้วที่รับกระเป๋าจะอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เราได้ออกมามากนัก

 

- เมื่อรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้วบางสนามบินอาจจะมีการซุ่มตรวจกระเป๋าอีกรอบ ถ้าไม่มีสิ่งของน่าสงสัยก็ผ่านได้สบายๆ ผ่านจุดนี้ก็ออกจากสนามบินแล้วเดินทางท่องเที่ยวกันได้เลย

พาสสปอตแบบ ไหนที่เราต้องทำใหม่?
ธีเช็คเล่มพาสปอร์ตก่อนเดินทางไปต่างประเทศ ข้อควรระวังที่หลายท่านคาดไม่ถึงเกี่ยวกับการใช้พาสปอร์ตสำหรับเดินทา ...

ธีเช็คเล่มพาสปอร์ตก่อนเดินทางไปต่างประเทศ

 

ข้อควรระวังที่หลายท่านคาดไม่ถึงเกี่ยวกับการใช้พาสปอร์ตสำหรับเดินทางไปต่างประเทศ เช็คให้พร้อมก่อนเดินทาง

 

1. พาสปอร์ตต้องมีอายุการใช้มากกว่า 6 เดือน      หน้าพาสปอร์ตจะมีวัน/เดือน/ปี ที่เล่มพาสปอร์ตออกมา Date of issue และ วันที่หมดอายุ Date of expiry ซึ่งจะมีระบุอยู่ที่ด้านล่างของเล่ม ซึ่งข้อบังคับในการใช้เล่มพาสปอร์ตเดินทางไปต่างประเทศนั้นจะต้องมีอายุการใช้งานเกิน 6 เดือน โดยนับจากวันสุดท้ายที่เดินทางกลับถึงประเทศของตน

 

 
 
ree
 

2. ห้ามประทับตราการ์ตูน หรือขีดเขียนสัญลักษณ์อื่นๆ

 

บนกระดาษหน้าพาสปอร์ตไม่ควรประทับตราใดๆ นอกเหนือจากตราประทับเข้า-ออกนอกประเทศเท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันมักจะมีนักท่องเที่ยวหลายท่านคิดไม่ถึงว่า การประทับตราการ์ตูน ประทับตราที่ระลึก หรือขีดเขียนเล่นทั้งหน้าที่ว่างอยู่จะถือว่าพาสปอร์ตนั้นเป็นพาสปอร์ตชำรุดหรือเสียหาย ไม่สามารถใช้เดินทางได้อีก จนอาจถูกปฏิเสธเข้าประเทศต่างๆ หรือถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ห้ามเข้าประเทศนั้นได้ และคุณมีสิทธ์ที่จะไม่ได้ออกนอกราชอาณาจักร เพราะทางเจ้าหน้าที่ฝั่งไทยไม่ให้ผ่านจากด่านขาออก

 
 
 
 
 
 
 
 
 

***วิธีแก้ไข***     หากท่านใดที่รู้ตัวแล้วว่าพาสปอร์ตที่เรามีในครอบครอง มีตราประทับ หรือรอยขีดเขียนที่ทางราชการไม่ได้กระทำให้ วิธีแก้ไขที่ถูกต้องคือต้องทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ค่ะไม่ควรแก้ไขด้วยการฉีกหน้านั้นทิ้งหรือแก้ไขด้วยการพยายามลบด้วยวิธีการต่างๆ เพราะว่าบางประเทศมีการนับหน้าพาสปอร์ตและเช็คหน้าพาสปอร์ตแต่ละหน้า ดังนั้นต่อให้หน้านั้นหายไปพาสปอร์ตก็ถือว่าชำรุดอยู่ดีค่ะ

 
 
 

3.หนังสือเดินทางจะต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่ขาด ชำรุดหรือเปียกน้ำ ข้อควรระวังที่สุดในการใช้พาสปอร์ตเดินทางไปต่างประเทศนั้นคือ ปกด้านหน้า-หลังและกระดาษด้านใน ไม่มีรอยฉีกหรือขาดจากเล่ม พาสปอร์ตทุกหน้าควรจะอยู่ครบ 66 หน้าและในแต่ละหน้าไม่ควรมีรอยเปียกน้ำหรือรอยปากกา หมึกเลอะ รอยขีด ข่วนหรือวาดรูปลงไปค่ะ

 
ree
 
 
ree